ประโยชน์ของเห็ด 7 ชนิด อาหารเพื่อสุขภาพยอดฮิตช่วงกินเจ

พาไปรู้จักกับสรรพคุณเด็ด ๆ ของเห็ด 7 ชนิด ที่คนนิยมทานช่วงกินเจ ไม่ใช่แค่อร่อยแต่ยังดีกับสุขภาพสุด ๆ

สารพัดเห็ดจัดเป็นเมนูจานเด็ดของคนทานมังสวิรัติ รวมทั้งในช่วงเทศกาลกินเจที่นิยมนำเห็ดต่าง ๆ มาประกอบอาหาร เพราะมีโปรตีนสูง ยิ่งถ้านำเห็ดหลาย ๆ ชนิดมาปรุงอาหารเข้าด้วยกัน ก็รับโปรตีนและสารอาหารที่หลากหลายไปเต็ม ๆ พ่วงด้วยสรรพคุณทางยาดี ๆ จากเห็ดแต่ละชนิดอีกต่างหาก วันนี้กระปุกดอทคอมเลยอยากชวนทุกคนไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของเห็ด 7 ชนิดที่คนไทยนิยมทาน ว่าเติมประโยชน์ดี ๆ อะไรให้ร่างกายของเราบ้าง

เห็ดเข็มทอง

เห็ดเข็มทอง

ชื่อภาษาอังกฤษ : Golden Needle Mushroom, Needle Mushroom, Enokitake และ Enoki Mushroom
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Flammulina velutipes

สรรพคุณของเห็ดเข็มทอง

เป็นเห็ดดอกเล็ก ๆ ที่เติบโตในสภาพอากาศหนาวเย็น มีคุณค่าทางอาหารสูงและรสชาติอร่อย ถือเป็นหนึ่งในเห็ดยอดฮิตที่คนไทยชอบทาน เพราะให้ประโยชน์ตั้งขนาดนี้

– ทานแล้วช่วยลดน้ำหนัก เพราะมีไฟเบอร์สูง แคลอรีต่ำ กินแล้วอิ่มเร็ว อิ่มนาน แถมยังควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้หิวเร็ว
– ต้านมะเร็ง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
– สลายไขมันในระบบทางเดินอาหาร ทำให้ร่างกายดูดซึมอาหารไปใช้ได้ดีขึ้น
– ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ เพราะมีไฟเบอร์สูง
– ช่วยบำรุงสมอง เพราะเป็นพืชที่มีกรดอะมิโนสูง ซึ่งช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองในส่วนของความจำ
– กากใยในเห็ดเข็มทองช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ ป้องกันภาวะไขมันในเลือดสูง
– ทานประจำจะช่วยรักษาโรคตับ กระเพาะอาหาร และลำไส้อักเสบเรื้อรัง
– เห็ดเข็มทอง 100 กรัม ให้พลังงาน 37 กิโลแคลอรี ไขมัน 0.29 กรัม ไฟเบอร์ 2.7 กรัม

เห็ดฟาง

เห็ดฟาง

ชื่อภาษาอังกฤษ : Straw mushroom
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Volvariella volvacea

สรรพคุณของเห็ดฟาง

เป็นเห็ดที่ขึ้นได้ดีในธรรมชาติ จึงนำมาปรุงอาหารกันอย่างแพร่หลาย แต่หลายคนไม่รู้ว่า เห็ดฟาง มีสรรพคุณดี ๆ แบบนี้ด้วย

– มีวิตามินซีสูง ทานแล้วช่วยป้องกันโรคเหงือก เลือดออกตามไรฟัน
– มีสาร volvatioxin ช่วยป้องกันการเติบโตของไวรัสที่ทำให้ป่วยไข้หวัดใหญ่
– มีกรดอะมิโนสำคัญอยู่หลายชนิด หากทานประจำจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการติดเชื้อต่าง ๆ
– ช่วยลดความดันโลหิต
– ทางแพทย์แผนโบราณจัดให้เห็ดฟางเป็นเภสัชวัตถุที่มีรสหวานเย็น จึงช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยย่อยอาหาร บำรุงโลหิต บำรุงกำลัง บำรุงตับ แก้ร้อนใน แก้ช้ำใน
– เห็ดฟาง 100 กรัม ให้พลังงาน 35 กิโลแคลอรี และมีไขมันเพียง 0.2 กรัม จัดเป็นอาหารไขมันต่ำ แคลอรีน้อย และไม่มีคอเลสเตอรอล

*ข้อควรระวัง : ไม่ควรรับประทานเห็ดฟางแบบสด ๆ เพราะมีสารที่คอยยับยั้งการดูดซึมอาหาร ดังนั้นควรทำให้สุกมาก ๆ เพื่อให้ร่างกายย่อยง่ายและดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น

เห็ดออรินจิ

เห็ดออรินจิ

ชื่อภาษาอังกฤษ :  King Oyster Mushroom
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Pleurotus eryngii

สรรพคุณของเห็ดออรินจิ

นี่คือสิ่งดี ๆ ที่แอบซ่อนเอาไว้ในเห็ดดอกใหญ่อย่างเห็ดออรินจิ บอกได้เลยว่าใครพลาดต้องเสียดายแน่นอน

–  สารเบต้ากลูแคนในเห็ดออรินจิมีคุณสมบัติต้านมะเร็ง อีกทั้งยังไปช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ต่อต้านเชื้อไวรัส
– เป็นแหล่งพลังงานที่ดี ทำให้นักกีฬานิยมทานเพื่อเสริสร้างและฟื้นฟูกำลังทั้งก่อนและหลังการแข่งขัน
– ผู้ป่วยโรคโลหิตจางควรทาน เพราะสามารถช่วยเพิ่มระดับฮีโมโกลบินในเลือดได้
– มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันการถูกทำลายของเซลล์อันเนื่องมาจากสารอนุมูลอิสระต่าง ๆ
– มีไฟเบอร์สูง ช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวกขึ้น
– แคลอรีค่อนข้างต่ำ และมีปริมาณน้ำอยู่ภายในเห็ดมาก ทานแล้วอิ่มท้องนาน เหมาะกับคนที่กำลังไดเอต
– ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีในเลือดได้ ทำให้หัวใจแข็งแรงมากขึ้น
– เห็ดออรินจิ 100 กรัม ให้พลังงาน 24 กิโลแคลอรี มีไขมันไลโนเลอิก 170 มิลลิกรัม ไฟเบอร์ 4.3 กรัม

อ่านประโยชน์ของเห็ดออรินจิแบบเต็ม ๆ ต่อได้ที่ “ประโยชน์สุดว้าวของเห็ดออรินจิ โปรตีนก็สูง กินลดน้ำหนักก็ได้ !”

เห็ดหอม

เห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ

ชื่อภาษาอังกฤษ : Dried Chinese mushroom, Shiitake Mushroom
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Lentinula edodes

สรรพคุณของเห็ดหอม

คนจีนยกเห็ดหอมเป็นยาอายุวัฒนะ เพราะมีสรรพคุณทางยามากมาย อย่างเช่น..

– ต้านอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง
– บำรุงกระดูกและกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เพราะมีสารเออร์โกสเทอรอลอยู่มาก
– ช่วยให้อวัยวะภายในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น เช่น ปอด หลอดลม เส้นประสาท สมอง
– มีกรดอะมิโนอิริตาดีนีน (eritadenine) สูง ช่วยให้ไตย่อยคอเลสเตอรอลได้ดีขึ้น
– มีสารเลนติแนนช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับเซลล์เนื้องอก
– ป้องกันหลอดเลือดแดงแข็งตัว
– มีสารหลายชนิดที่ช่วยลดไขมันในเลือด และคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
– เป็นยาบำรุงกำลัง แก้อาการอ่อนเพลีย ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น รักษาหวัด
– เห็ดหอม 100 กรัม ให้พลังงาน 33 กิโลแคลอรี ไขมัน 0.5 กรัม มีไฟเบอร์ 2.5 กรัม

  *ข้อควรระวัง : สตรีหลังคลอด ผู้ป่วยหลังฟื้นไข้ และคนที่เพิ่งหายจากการออกหัด ไม่ควรรับประทาน

เห็ดหูหนูดำ

เห็ดหูหนูดำ

ชื่อภาษาอังกฤษ :   Ear mushroom, Black mushroom
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Auricularia auricula Judae

สรรพคุณของเห็ดหูหนูดำ

รสสัมผัสกรุบ ๆ กรอบ ๆ จากดอกเห็ดที่มีลักษณะคล้ายแผ่นวุ้น ทำให้หลายคนชอบทาน และยังพกประโยชน์มาอีกเพียบ

– มีคุณสมบัติที่เย็นกว่าเห็ดหูหนูขาว จึงช่วยรักษาโรคร้อนใน แก้เจ็บคอ หยุดเลือดออก เช่น ปัสสาวะเป็นเลือด ประจำเดือนมากผิดปกติ ริดสีดวงทวาร โรคบิด (เนื่องจากเลือดร้อน)
– นำไปต้มกับน้ำตาลจิบเป็นชาแก้ไอได้
– เป็นยาบำรุงเลือดและพลัง รักษาโรคโลหิตจาง
– แก้อาการท้องเสีย โรคริดสีดวงทวาร
– ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร
– มีสารอะดีโนซีน ช่วยลดความข้นเหนียวของเลือด จึงลดความเสี่ยงภาวะเส้นเลือดอุดตันหลอดเลือดสมองและหัวใจ

เห็ดหูหนูขาว

เห็ดหูหนูขาว

ชื่อภาษาอังกฤษ :   Ear mushroom, Jew’s Ear Mushroom, White Jelly Fungus
    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tremella fuciformis Berk.

สรรพคุณของเห็ดหูหนูขาว

มีคุณประโยชน์คล้าย ๆ กับ “เห็ดหูหนูดำ” แต่การออกฤทธิ์ของเห็ดหูหนูขาวจะออกฤทธิ์ที่ปอดและกระเพาะอาหาร ส่วนเห็ดหูหนูดำจะออกฤทธิ์ที่ไตและตับ อย่างไรก็ตาม จัดเป็นสุดยอดของเห็ดเช่นเดียวกัน

– ช่วยบำรุงปอด หยุดอาการไอที่เกิดจากปอดแห้ง ไอมีเสมหะปนเลือด
– บำบัดอาการอ่อนเพลีย
– แก้ไอ เสมหะมีเลือดปน อาการร้อนใน
– ชะลอความเสื่อมของเซลล์ เสริมภูมิคุ้มกัน
– ลดอาการหลอดเลือดหัวใจขาด/ตีบ
– มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ลดอาการแทรกซ้อน ภายหลังการฉายแสงรักษาโรคมะเร็ง
– มีฤทธิ์สงบประสาท ช่วยให้นอนหลับ

   *ข้อควรระวัง : ทั้งเห็ดหูหนูขาวและเห็ดหูหนูดำ มีลักษณะทำให้เกิดความชุ่มชื้น ความเย็น ดังนั้นแพทย์แผนจีนจึงแนะนำว่า คนที่ระบบการย่อยอาหาร หรือมีภาวะของร่างกายค่อนไปทางเย็นมาก ๆ ต้องทานอาหารหรือสมุนไพรที่มีคุณสมบัติร้อนประกอบด้วย และไม่ควรกินมากในช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่หยางร่างกายอ่อนลง และมีภาวะยินของธรรมชาติมาก

เห็ดนางฟ้า

เห็ดนางฟ้า

ชื่อภาษาอังกฤษ :  Oyster mushroom
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Pleurotus pulmonarius

สรรพคุณของเห็ดนางฟ้า

เห็ดอีกหนึ่งชนิดที่คนนิยมทาน เพราะรสชาติอร่อย แถมราคาไม่แพง ประกอบอาหารได้หลากหลาย

– มีโปรตีนและเส้นใยอาหารสูง เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก รวมทั้งผู้ป่วยในระยะพักฟื้นหรือหลังผ่าตัด
– ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด จึงดีต่อหัวใจ
– ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
– ช่วยให้การไหลเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้น
– มีโพแทสเซียมสูง จึงช่วยควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ รวมทั้งความสมดุลของน้ำในร่างกาย
– เห็ดนางฟ้า 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 33 กิโลแคลอรี ไขมัน 0.07 กรัม มีไฟเบอร์ 0.47 กรัม

ประโยชน์ของเห็ดเด็ดดวงขนาดนี้ อย่าเมินไปเสียเปล่า ๆ ใครชอบทานอาหารทำเอง ลองดูเมนูจากเห็ดต่าง ๆ ไปเป็นไอเดียทำทานเองที่บ้านได้เลยจ้า

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
,
วารสารข่าวเกษตรชลประทาน
กรมส่งเสริมการเกษตร
คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
Cancer & Natural Therapy Foundation of Australia
medicalmushrooms.net

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *