10 ต้นไม้แปลกปลูกในบ้านได้ ดูเหมือนของปลอมแต่มีอยู่จริง

การปลูกต้นไม้ในบ้าน นอกจากจะทำให้บรรยากาศโดยรวมดูสดชื่นขึ้นแล้ว ยังช่วยให้บ้านน่าอยู่ขึ้นด้วย โดยเฉพาะต้นไม้แปลกแต่สวยเหล่านี้ ที่สามารถนำมาปลูกในบ้านได้

ทุกวันนี้คนหันมาปลูกต้นไม้ในบ้านกันมากขึ้น โดยเฉพาะไม้อวบน้ำอย่างต้นกระบองเพชร แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากพันธุ์ที่เราเห็นกันบ่อย ๆ แล้ว ไม้อวบน้ำยังมีพันธุ์อื่น ๆ ที่แปลก แหวกแนว แต่สวยสะดุดตาที่รอให้เรานำไปปลูกอยู่อีกมาก ซึ่งในวันนี้กระปุกดอทคอมก็ไม่พลาดที่จะนำมาฝากทุกคน เอาเป็นว่าจะมีต้นไม้แปลกแต่สวยชนิดไหนบ้าง อย่ามัวรอช้า ไปดูกันเลย

97487e19-6b16-49e8-a48a-806db80e1fe2

1. ไม้อวบน้ำสีดำ (Black Succulents)

ไม้อวบน้ำชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sinocrassula yunnanensis มีจุดเด่นตรงใบที่ดูเหมือนจะเป็นสีดำ แต่จริง ๆ แล้วคือสีเขียวเข้ม มีถิ่นกำเนิดในแถบภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ทางภาคเหนือและภาคใต้ของพม่า ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย และภูฐาน มักจะพบตามร่องหิน ชอบดินที่ระบายน้ำได้ดี เส้นผ่านศูนย์กลางสามารถขยายได้มากถึง 4 เซนติเมตร ส่วนความสูงก็โตได้เกือบ 10 เซนติเมตร นอกจากนี้ยังมีดอกขนาดเล็กสีขาวด้วยล่ะ

f7dfd642-5609-4bac-9497-b63abd66ce77

2. ต้นโลมา (Dolphin Succulents)

ส่วนต้นไม้สุดน่ารักชนิดนี้ เกิดจากการผสมกันของต้นไม้ 2 สายพันธุ์ระหว่าง Candle Plant กับ String-of-Pearls vine ทำให้ใบมีลักษณะคล้ายโลมากำลังกระโดดน้ำ จึงถูกเรียกว่า ต้นโลมา หรือ Dolphin Succulents ซึ่งด้วยความน่ารักของมันนี่เอง เลยทำให้ชาวญี่ปุ่นนิยมนำไปปลูกประดับบ้านกันเยอะเลยทีเดียว ใครที่สนใจอยากจะซื้อต้นโลมาไว้ปลูกที่บ้าน ลองนำชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Senecio peregrinus ไปค้นหาดู แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าอาจจะหาซื้อยากสักนิดหนึ่งนะคะ

10-strange-but-beautiful-houseplants-4-1

3. ต้นแคคตัสซิกแซก (Zig-Zag Cactus)

ต้นแคคตัสสายพันธุ์นี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Selenicereus Anthonyanus ทว่าด้วยลักษณะใบที่โค้งซิกแซกติดกับก้าน ทำให้ผู้คนรู้จักในนามแคคตัสซิกแซกหรือแคคตัสก้างปลามากกว่า และถึงแม้ว่าแคคตัสชนิดนี้จะมีลักษณะที่แปลกออกไป แต่ก็ยังเลี้ยงง่ายเหมือนกับต้นแคคตัสพันธุ์อื่น ๆ โดยจะโตได้ดีในดินชื้น เนื่องจากมีแหล่งกำเนิดอยู่แถบป่าฝนแถวเม็กซิโกใต้ อีกทั้งยังมีดอกสีชมพู แดง และขาวให้ชมด้วย

59d4a5c8-85c4-4e3e-8e16-ba7d508b0950

4. เทรชิยานดรา (Trachyandra)

ลักษณะที่แปลกตาไม่ได้เกิดจากการตัดต่อ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เพื่อลดการคายน้ำและปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งของพื้นที่บริเวณแอฟริกาใต้และแอฟฟริกาตะวันออก ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของต้นไม้ชนิดนี้นั่นเอง

New-arrive-Rare-Succulent-plants-seeds-10pcs-Greenovia-aurea-Tenerife-seeds-very-special-Fleshy-Greenovia-diplocycla

5. กุหลาบหิน (Rose Succulents)

กุหลาบหิน (Rose Succulents) ต้นนี้คือสายพันธุ์ Greenovia Dodrentalis ลูกผสมระหว่าง Sedum pachyphyllum กับ Echeveria derenbergii ซึ่งการดูแลนั้นง่ายมาก เพียงแค่รดน้ำเวลาที่หน้าดินแห้งเท่านั้นเอง ต้นไม้ก็ยังออกดอกสวยงามเหมือนกุหลาบทั่วไป แถมในช่วงหน้าร้อนยังมีดอกรูปดาวสีเหลืองเล็ก ๆ ให้ชมด้วยนะ

ae4ffb85-6d23-4865-a7e1-d53af30b5a19

6. ต้นคลาสซูล่า อัมเบลล่า (Crassula Umbella)

หลาย ๆ คนคงรู้จักจะเคยได้ยินชื่อ ต้นคลาสซูล่า (ต้นไม้สวรรค์หรือต้นใบเงิน) แล้ว แต่ว่าต้นไม้ชนิดนี้ก็ยังมีสายพันธุ์ย่อยอีกมากมาย โดยพันธุ์ที่มีรูปร่างแปลกและสวยต้องยกให้ ต้นคลาสซูล่า อัมเบลล่า (Crassula Umbella) ต้นนี้เลย เพราะนอกจากจะมีรูปร่างที่คล้ายกับแก้วไวน์แล้ว ยังออกดอกสีเขียวอมเหลืองในช่วงฤดูหนาวถึงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งในช่วงที่ออกดอกจะมีความสูงถึง 15 เซนติเมตรเลยทีเดียว หากจะอยากจะเลี้ยงควรปลูกในที่ความชื้นต่ำ แต่ก็ต้องหมั่นรดน้ำบ่อย ๆ ให้ดินชุ่มด้วย

Euphorbia-caput-medusae-Medusas-Head7

7. ต้นยูโฟเบียหัวเมดูซ่า (Euphorbia Caput-Medusae)

ด้วยกิ่งก้านสีเขียวอมเทาและมีรอยตะปุ่มตะป่ำคล้ายงู ต้นไม้ต้นนี้เลยได้ชื่อว่า ยูโฟเบียหัวเมดูซ่า (Euphorbia Caput-Medusae) มีถิ่นกำเนิดที่เมืองเคปทาวน์  ประเทศแอฟริกาใต้ หากปลูกลงดินสามารถโตได้สูงสุดประมาณ 30 เซนติเมตร และกินพื้นที่กว้างประมาณ 90 เซนติเมตร สำหรับคนที่คิดจะปลูกต้นไม้ชนิดนี้ ควรเลือกใช้ดินที่ระบายน้ำได้ดี วางกระถางเอาไว้ในที่ที่มีแสงแดดจัด และหมั่นบำรุงด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ไม่ควรรดน้ำบ่อยหรือรดจนดินแฉะ เพราะจะทำให้รากเน่า

1384d773-5675-4dc6-a43a-fad8ec865e18

8. พญาไร้ใบ (Euphorbia Tirucalli)

พญาไร้ใบพันธุ์นี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Euphorbia tirucalli ‘Rosea’ เป็นต้นไม้ที่เพาะพันธุ์ขึ้นมาในโรงเพาะชำ มีกิ่งยาวทรงกระบอกสีเขียวเกือบทั้งกิ่ง แต่บริเวณปลายกิ่งจะมีสีส้ม แดง หรือชมพูในช่วงหน้าหนาว โดยจุดเด่นของพืชชนิดนี้ก็อยู่ที่สีแดงบริเวณปลายกิ่ง ซึ่งดูคล้ายกับเปลวเพลิง และสามารถสูงได้ถึง 7.6 เมตร และแม้จะได้ชื่อว่าพญาไร้ใบ แต่จริง ๆ แล้วมีใบขนาดเล็ก ความยาว 1.3 เซนติเมตร กว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ทำให้ดูคล้ายหนามนั่นเอง ส่วนการเลี้ยงดูก็ไม่ยาก โดยปลูกไว้ในดินที่ระบานน้ำได้ดี โดนแสงโดยตรง หมั่นรดน้ำเมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง แต่ก็อย่าให้ดินแฉะเพราะจะทำให้รากเน่า

db3dedb6-40f7-4c5a-9f1b-5889f1d89b13

9. หญ้าเกลียว (Corkscrew Grass)

เพราะรูปร่างของใบที่บิดม้วนเป็จนได้ชื่อว่า หญ้าเกลียว (Corkscrew Grass) หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Juncus effusus f. Spiralis ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะคิดว่ามีใครไปดัดหรือตกแต่งให้เป็นแบบนี้ แต่บอกได้เลยว่าเป็นรูปลัษณ์ตามธรรมชาติ ความสูงจากโคนถึงปลายใบประมาณ 15 เซนติเมตร ออกดอกสีม่วงหรือสีขาวในช่วงใบไม้ผลิถึงปลายหน้าร้อน เป็นต้นไม้ท้องถิ่นของประเทศนามิเบียและแอฟริกาใต้ ทนความแล้งได้ดี ปลูกในกระถางได้ ทั้งดินทราย ดินร่วน และดินโคลน

b428efc6-7d8f-429d-a0d2-317bb1d2b845

10. ต้นเยนเชียนา เออนูล่า (Gentiana Urnula)

มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Gentiana urnula ถิ่นกำเนิดในแถบเทือกเขาหิมาลัย ลักษณะการเรียงตัวของใบแยกเป็นแฉกคล้ายปลาดาว ความสูงประมาณ 15 เซนติเมตร มีทั้งดอกสีชมพู ม่วง และขาว ออกดอกในช่วงหน้าร้อนและต้นฤดูใบไม้ร่วง ดูแลด้วยการหมั่นรดน้ำเป็นประจำ แต่อย่ารดน้ำเยอะเกินไปจนดินแฉะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *