เมื่อต้อง “ทำงานที่บ้าน” (Work From Home) ควรกินอย่างไรให้สุขภาพดี

เนื่องจากโรคโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก ส่งผลให้บริษัท และองค์กรทั้งภาครัฐ รวมไปถึงเอกชนหลายหน่วยงาน มีนโยบายให้พนักงาน ทำงานจากที่บ้าน หรือที่เรียกกันเป็นภาษาอังกฤษติดปากว่า Work from Home นโยบายนี้เกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ทุกคนได้เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจาก การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่เมื่อต้อง ทำงานที่บ้าน บางคนก็อาจจะละเลยเรื่องของการกิน ดังนั้น Hello คุณหมอ จึงมีสาระที่น่าสนใจที่คุณไม่ควรพลาดอย่างเรื่อง เมื่อต้อง ทำงานที่บ้านควรกินอย่างไร ให้สุขภาพดี มาฝากกัน

ทำงานที่บ้าน ควรกินอย่างไรให้สุขภาพดี

เมื่อต้อง ทำงานที่บ้านควรกินอย่างไร ถือเป็นอีกเรื่องที่หลายคนต้องให้ความสนใจ เนื่องจากการทำงานที่บ้าน อาจทำให้คุณเผลอกินโดยไม่ทันตั้งใจ ซึ่งบางอย่างอาจจะดีต่อสุขภาพ แต่บางอย่างก็อาจจะเป็นโทษต่อสุขภาพได้ นอกจากนั้น สำหรับสาว ๆ เรื่องการรักษาหุ่นก็ยังถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้น ลองมาดูวิธีการกินเมื่อต้องทำงานที่บ้าน เพื่อให้สุขภาพดีกันดีกว่า

  • ไม่ควรทำงานใกล้ห้องครัว

การทำงานใกล้กับห้องครัว อาจทำให้ตู้เย็นกลายมาเป็นสิ่งที่อยู่ในวิสัยทัศน์ของคุณ ส่งผลทำให้คุณอาจจะเดินไปเปิดตู้ดูของกินอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น ควรตั้งโต๊ะทำงานเอาไว้ในบริเวณที่ไม่ใกล้กับห้องครัวจะเป็นการดีที่สุด และที่สำคัญควรพยายามตัดสินใจเดินไปที่ห้องครัวเพียงหนเดียว ในตอนที่คุณต้องการจะทานของว่างหรือต้องการจะทานอาหารระหว่างเท่านั้น แต่หากยังไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้ การทำป้ายแขวนเอาไว้บนตู้เย็นและตู้กับข้าว เพื่อเตือนใจตัวเอง ก็ถือเป็นสิ่งที่ควรทำ เพื่อย้ำตัวเองว่าจะทานได้ก็ต่อเมื่อถึงมื้ออาหารหรือมื้อของว่างครั้งถัดไปเท่านั้น

  • วางตารางให้ชัดเจน

การกินอาหารเช้าให้ห่างจากโต๊ะทำงานก่อนเริ่มทำงานถือเป็นเรื่องที่ควรทำ เพื่อคุณจะได้ให้ความสำคัญกับมื้ออาหารที่สำคัญที่สุด การกินอาหารเช้าที่อุดมด้วยโปรตีน จะช่วยทำให้คุณอิ่มและรักษาระดับน้ำตาลให้สมดุล ทั้งยังทำให้คุณไม่พยายามหาของว่างทานในเวลา 1 ชั่วโมง นอกจากนั้น เมื่อต้องทำงานที่บ้าน การวางตารางงานให้เหมือนกับการทำงานที่ออฟฟิศ ถือเป็นเรื่องที่ควรทำ โดยการวางตารางให้มีเวลาพักกลางวัน และพักเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อทำให้คุณให้ความสำคัญกับมื้ออาหารที่สำคัญที่สุด

  • พยายามทานอาหารเพื่อสุขภาพ

โดยปกติแล้วคนที่ง่วงนอนมักจะเข้าถึงอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้น ในห้องครัวจึงควรมีผักและผลไม้ติดเอาไว้ เมื่อคุณเหนื่อยหรือหิว คุณจึงควรเลือกอาหารเพื่อสุขภาพ หากคุณชอบทานคาร์โบไฮเดรต ลองหาพวกธัญพืช ข้าวกล้อง หรือข้าวโอ๊ตมาติดบ้านเอาไว้ เพราะเมื่อคุณหิวและทานของพวกนี้ จะทำให้คุณอิ่ม ทำงานได้นานขึ้น ทั้งยังทำให้สุขภาพดีอีกด้วย

  • สำรวจตัวเองดูก่อนว่ามั่นใจว่าอยากกินจริงๆ

เมื่อคุณเจองานที่ยาก มันอาจจะทำให้คุณรู้สึกว่าอยากพัก แต่เพื่อความมั่นใจลองสำรวจตัวเองดูก่อนว่าอยากกินจริงๆ ใช่ไหม เพราะคุณต้องตระหนักด้วยว่าการกินอาหารนั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกตื่นตัว หรือทำให้คุณรู้สึกอยากทำงานต่อได้ นอกจากนี้ การกินอาหารตลอดทั้งวัน ยังอาจทำให้คุณอิ่มก่อนที่จะถึงเวลาทานมื้อเย็นอีกด้วย การใช้โทรศัพท์มือถือในการตั้งเวลาให้รู้ว่าคุณควรจะไปกินเมื่อไหร่ ก็ถือเป็นอีกทางเลือกที่ควรทำ

  • เตรียมอาหารเอาไว้ก่อน

การเตรียมอาหารเอาไว้ก่อนที่จะถึงเวลาต้องรับประทานถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะมันง่ายต่อการทาน หากคุณไม่มีเวลาทำอาหาร หรือไม่อย่างนั้นลองทำอาหารเพื่อสุขภาพ แล้วแบ่งเป็นมื้อๆ แล้วแช่แข็งเอาไว้ เมื่อถึงเวลาที่จะต้องทานก็เพียงแต่นำอาหารออกมาอุ่นก็สามารถทานได้ทันที แต่หากกลัวรสชาติของอาหารจะไม่อร่อย คุณก็เตรียมผักต่าง ๆ เอาไว้ล่วงหน้าก็ได้ เมื่อถึงเวลาอาหารกลางวัน คุณจะได้นำของที่เตรียมไว้มาปรุงและทานได้อย่างรวดเร็ว

  • กินอาหารมื้อเล็กๆ แทนอาหารมื้อหนัก

เนื่องจากอาหารมื้อหลักมักมีแคลอรี่มาก หากทานเข้าไปแล้วอาจทำให้คุณรู้สึกเฉื่อยหรือเนื้อล้าขณะทำงานได้ ดังนั้น การเลือกกินอาหารมื้อเล็ก ๆ แบ่งเป็นมื้อย่อยแทน อาจจะทำให้คุณตื่นตัวในการทำงานได้มากกว่าการทานอาหารมื้อหลักเพียงมื้อเดียว

  • กำหนดขอบเขตของการดื่มกาแฟและการดื่มน้ำ

กาแฟอาจเป็นเครื่องดื่มสำคัญสำหรับคนทำงานหลายๆ คน สิ่งที่สำคัญในการดื่มกาแฟก็คือเรื่องของเวลา การดื่มกาแฟในช่วง 9-11 โมง ถือว่าเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่ร่างกายจะได้รับคาเฟอีน เพราะช่วงเวลานี้คาเฟอีนในกาแฟจะไม่ไปรบกวนการนอนหลับและการตื่นโดยธรรมชาติของคุณนั่นเอง แต่หากดื่มช้ากว่านั้น คาเฟอีนอาจจะไปกระตุ้นร่างกายในการปล่อยอะดีนาลีนและทำให้ร่างกายทำงานผิดไปจากปกติก็ได้

ส่วนการดื่มน้ำนั้น นอกจากจะเป็นการช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ร่างกายได้แล้ว มันยังสามารถช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มได้ด้วย เพราะบางครั้งร่างกายก็มักจะเข้าใจว่าความกระหายก็คือความหิวนั่นเอง การเอาน้ำวางไว้บนโต๊ะทำงาน และให้อยู่ในสายตาของคุณ จะเป็นการเตือนใจให้คุณไม่ลืมที่จะดื่มน้ำ นอกจากนั้นมันยังอาจทำให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงการกินอาหารว่างที่ไม่จำเป็นเมื่อคุณไม่หิวจริง ๆ ได้อีกด้วย

  • เตรียมของว่างเพื่อสุขภาพเอาไว้

หากคุณไม่ต้องการที่จะกินขนมขบเคี้ยว และไม่ต้องการที่จะอดอาหาร การเตรียมของว่างเพื่อสุขภาพเอาไว้ก็ถือเป็นเรื่องที่ควรทำ โดยอาจจะเตรียมเอาไว้ในบริเวณที่หยิบทานได้ง่ายๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวคุณเองต้องเดินไปยังตู้เย็น แต่สำหรับบางคนวิธีนี้อาจจะไม่ได้ผล เนื่องจากพวกเขานั้นชอบทานอาหารมื้อหลักมากกว่าที่จะทานของว่างระหว่างมื้อนั่นเอง

  • นั่งกิน

เรื่องนี้อาจจะมีหลายๆ คนที่ยังไม่รู้ การหยุดกิจกรรมทุกอย่าง แล้วนั่งกินอาหารด้วยความผ่อนคลายนั้นเป็นเรื่องที่ดีที่สุด เพราะคุณจะได้ใช้เวลาจดจ่ออยู่กับอาหารตรงหน้า มากกว่าที่จะให้ความสนใจกับสิ่งอื่น จนทำให้คุณอาจจะกินเพลินจนเกินกว่าที่ร่างกายต้องการก็ได้ การกินระหว่างเดิน หรือกินขณะที่ยังนั่งอยู่ตรงหน้าคอมพิวเตอร์ อาจจะเป็นการกระตุ้นการกินของคุณให้กินเพิ่มมากขึ้น

  • อย่าซื้ออาหารขยะมาเก็บไว้

การซื้ออาหารขยะมาเก็บไว้ในบ้านถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเป็นอย่างมาก เพราะมันอาจทำให้คุณเผลอทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และไม่ดีต่อสุขภาพเข้าไปได้ นอกจากนั้น อาหารขยะบางชนิดยังอาจกระตุ้นให้คุณอยากดื่มสุราได้อีกด้วย ดังนั้น การกำจัดอาหารขยะออกไปจากบ้าน ถือเป็นอีกเรื่องที่ควรทำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *