ประโยชน์ของ “ลูกเกด” มีกากใยอาหาร-ช่วยย่อย พร้อมข้อระวังในการกิน

ลูกเกด (Raisins) เป็นหนึ่งในอาหารว่างสำหรับช่วงเวลาในการอ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์ หรือนั่งเม้าท์มอยกับคนสนิท เพราะมีรสชาติดี ยิ่งกินก็เพลิน แต่นอกจากความอร่อยแล้ว ลูกเกดก็ยังให้ประโยชน์ดีๆ ต่อสุขภาพด้วยเหมือนกัน แต่ลูกเกดจะดีต่อร่างกายอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามกันได้ที่บทความนี้จาก Hello คุณหมอ กัน

สารอาหารสำคัญจากลูกเกด

ลูกเกดมีสารอาหารที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายไม่น้อยไปกว่าการรับประทานผักหรือผลไม้ประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะสารอาหารหลัก ได้แก่

  • ไฟเบอร์

หากคุณรับประทานลูกเกดครึ่งถ้วย ร่างกายจะได้ไฟเบอร์ประมาณ 3.3 กรัม โดยไฟเบอร์หรือใยอาหารเป็นสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในการขับถ่ายและช่วยในกระบวนการทำงานของระบบย่อยอาหาร รวมถึงยังดีต่อการลดน้ำหนักด้วยเพราะช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นานมากขึ้น ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและระดับของ ไลโปโปรตีน (Lipoprotein)

  • ธาตุเหล็ก

ลูกเกดก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ถ้ากินลูกเกดครึ่งถ้วย จะได้ธาตุเหล็กประมาณ 1.3 มิลลิกรัม หรือคิดเป็นร้อยละ 7 ของปริมาณธาตุเหล็กที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน ซึ่งธาตุเหล็กนี้มีส่วนช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงและมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กด้วย

  • แคลเซียม

ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์จากนมเท่านั้นที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เพราะหากคุณกินลูกเกด คุณก็จะได้รับแคลเซียมที่มีประโยชน์ด้วยเหมือนกัน เพราะแคลเซียมมีส่วนช่วยบำรุงให้กระดูกและฟันแข็งแรง

สำหรับสตรีที่อยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือนการรับประทานลูกเกดที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ก็จะมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน ซึ่งเป็นอาการทางสุขภาพในกลุ่มคนที่มีอายุมากขึ้น โดยลูกเกดครึ่งถ้วยสามารถให้แคลเซียมสูงถึง 45 มิลลิกรัม หรือคิดเป็นร้อยละ 4 ของปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน

  • สารต้านอนุมูลอิสระ

เรามักจะพบสารต้านอนุมูลอิสระได้จากอาหารจำพวกผักและผลไม้ รวมถึงผลไม้อบแห้งอย่างลูกเกดด้วย ร่างกายของเราจำเป็นจะต้องได้รับสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อทำหน้าที่ในการปกป้องเซลล์ต่างๆ ของร่างกายไม่ให้ถูกทำลายจากสิ่งแปลกปลอม หรืออนุมูลอิสระที่เข้าสู่ร่างกาย รวมถึงยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งอีกด้วย

ในลูกเกดจะให้สารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มของ ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) ที่มีส่วนช่วยในการป้องกันความเสียหายต่อระบบเซลล์และดีเอ็นเอ รวมถึงยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองด้วย

ประโยชน์ต่อสุขภาพของลูกเกด

  • ดีต่อสุขภาพช่องปาก

ลูกเกด เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพช่องปากของเราเป็นอย่างยิ่ง เพราะจากผลการศึกษาพบว่า การรับประทานลูกเกดจะมีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นตัวการทำให้เกิดฟันผุและโรคเหงือก อย่าง สเตรปโตค็อกคัสมิวแทนส์ (Streptococcus mutans) และ พอร์ไฟโรโมแนสจิงจิวาลิส (Porphylomonas gingivalis)

  • ช่วยในการย่อยอาหาร

ใครที่รู้สึกว่าช่วงนี้อาหารไม่ค่อยย่อย ลองหาลูกเกดมารับประทาน เพราะในลูกเกดนั้นมีไฟเบอร์สูง จึงมีสรรพคุณช่วยลดอาการท้องผูก ช่วยในการลำเลียงอาหารและกากอาหารในระบบทางเดินอาหารได้ดีขึ้น

  • มีส่วนช่วยลดความดันโลหิตในร่างกาย

จากข้อมูลซึ่งเคยได้รับการนำเสนอที่ American College of Cardiology ในปีพ.ศ. 2555 ชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่มีปัญหาความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มความดันโลหิตลดลงเมื่อรับประทานลูกเกดเป็นของว่างประมาณ 3 ครั้งต่อวัน นอกจากนี้ในลูกเกดยังมีโพแทสเซียมซึ่งเป็นสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ เพราะมีส่วนช่วยลดระดับความดันโลหิตซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ

  • ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน

จากผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่รับประทานลูกเกดหลังอาหารมีแนวโน้มของระดับกลูโคสลดลงถึง 23 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เนื่องจากไฟเบอร์ในลูกเกดมีส่วนช่วยลดระดับอินซูลินไม่ให้พุ่งสูงเกิน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคเบาหวาน

อาจช่วยป้องกันโรคมะเร็ง

ลูกเกดอบแห้งมีสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจจะสูงกว่าผลไม้สดบางชนิด ซึ่งการที่ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ ก็จะเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์ในร่างกาย เนื่องจากสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์และระบบดีเอ็นเอในร่างกายถูกทำลาย และลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ จึงมีส่วนช่วยป้องกันการเป็นโรคเรื้อรังอย่างโรคมะเร็งได้

ข้อควรระวังในการกินลูกเกด

ลูกเกดอบแห้งมีความหวานมาก เพราะให้ทั้งน้ำตาลและแคลอรีในปริมาณที่สูง ซึ่งหากรับประทานมากจนเกินความจำเป็น ก็อาจจะเสี่ยงทำให้น้ำหนักพุ่งได้ ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดหรือมีอาการแพ้ ควรระวังการรับประทานลูกเกดอบแห้ง เพราะในลูกเกดอบแห้งมีสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur dioxide) ซึ่งมักจะพบได้ในลูกเกดสีทอง โดยสารดังกล่าวนั้นอาจทำให้ร่างกายไวต่อกำมะถัน ส่งผลให้อาการทางสุขภาพที่เป็นอยู่กำเริบหรือแย่ลง แม้ลูกเกดจะช่วยป้องกันอาการท้องผูกและดีต่อระบบการย่อยอาหาร แต่ลูกเกดนั้นหากกินน้อยก็จะเป็นยาระบาย หากกินมากก็อาจจะทำให้ท้องเสียหรือท้องร่วงได้ ลูกเกดอาจมีส่วนช่วยในการจัดการกับความเสี่ยงของโรคเบาหวานได้จริง แต่ลูกเกดก็เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานได้ด้วย เนื่องจากปริมาณน้ำตาลในลูกเกดที่มีอยู่สูง หากรับประทานมากจนเกินไป อาจมีผลต่อระดับของอินซูลินในร่างกายได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *