“ภูสอยดาว” พิชิต 5 เนิน กางเต็นท์ลานสน สัมผัสทะเลหมอก

สายเดินป่ามารวมกันตรงนี้ วันนี้เราจะพาไปเที่ยว “ภูสอยดาว” พิชิต 5 เนินวัดใจ แล้วไปกางเต็นท์นอนที่ลานสน ก่อนตื่นเช้าไปสัมผัสทะเลหมอกสวย ๆ บนความสูง 2,102 เมตร

ถ้าอยากรู้ว่าทริปนี้จะสนุกขนาดไหน ตามทีมงาน Paapaii.com มากันที่จังหวัด “อุตรดิตถ์” เลยครับทุกคน เพราะ จุดหมายของทริปนี้เราจะใช้เวลา 2 วัน 1 คืน ตะลุยป่า ฝ่าดงขึ้นไปสู่ “ภูสอยดาว” สถานที่เที่ยวยอดฮิตอีกหนึ่งแห่งของประเทศไทย ที่รับรองว่าทั้งสนุกและธรรมชาติที่สวยงาม ถูกใจนักท่องเที่ยวสายเดินป่าแน่นอน

ว่าแล้วเราก็มาเริ่มต้นกันที่เรื่องของการเดินทาง เราขับรถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ มาอุตรดิตถ์ มีระยะทางประมาณ 490 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 6 – 7 ชั่วโมง พอถึงอุตรดิตถ์แล้ว วิ่งบนถนนทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1047 (อุตรดิตถ์-น้ำปาด) ไปจนถึงอำเภอน้ำปาด แล้วเข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1239 ตรงต่อไปอีกประมาณ 47 กิโลเมตร จะเข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 และเดินทางต่อไปอีก 18 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการ “อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว”

965445

หลังจากจ่ายค่าเข้าอุทยาน และนำรถไปจอดเรียบร้อย ก็ได้เวลาไปพิชิต “ภูสอยดาว” กันแล้วครับทุกคน โดยจากจุดเริ่มต้น เราต้องเดินขึ้นไปประมาณ 6.5 กิโลเมตร ผ่าน 5 เนินวัดใจ อาทิ เนินส่งญาติ, เนินปราบเซียน, เนินป่าก่อ, เนินเสือโคร่ง และเนินมรณะ ที่มีความยากง่ายตามความสูงของการเดินขึ้นเขาไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้ทุกคนจะได้สัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ดอกไม้ป่าแสนสวยงามนานาชนิด ๆ และถ้าคิดรวมเป็นเวลาจะประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง แล้วแต่กำลังของแต่ละคน

139385

ลืมบอกไป ! ตรงจุดเริ่มต้นของการเดินขึ้น “ภูสอยดาว” จะเป็นที่ตั้งของ “น้ำตกภูสอยดาว” ด้วยนะ เราก็ไม่พลาดที่จะแวะไปเที่ยวเล่นสักหน่อย เพื่อขอรับพลังธรรมชาติ และสัมผัสน้ำเย็น ๆ ก่อนไปพิชิตภูสอยดาวกัน

235074

หลังจากเดินขึ้นมาสักพัก ก็มาถึงกันแล้ว “เนินส่งญาติ” ที่ความสูง 650 เมตร ช่วง ๆ แรกการเดินยังไม่ลำบากมาก เป็นทางลาดบ้าง ชันบ้าง สลับกันไป แต่ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน และนี่ยังเหลืออีก 4 เนิน ให้เราพิชิต บอกเลยใครจะมาฟิตร่างกายให้ดี ๆ ไม่งั้นมีหอบแบบเราแน่ ๆ ถ้างั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ลุยกันต่ออีก 4 เนินรวด จะยาก จะชัน จะเหนื่อย แค่ไหนก็พร้อมสู้ เพราะ มีคนบอกว่าข้างบนนั้นมันสวยงามคุ้มกับความเหนื่อยแน่ ๆ ลุย !

498980

ทุกคนครับเรามาถึงแล้ว “จุดกางเต็นท์ลานสน” ใช้เวลาไป 6 ชั่วโมงกว่า บอกเลยว่าเหนื่อยมาก ๆ แต่พอเห็นป้ายที่เขียนว่า “ผู้พิชิต” ก็มีรอยยิ้มมุมปากเล็ก ๆ ออกมาให้ชื่นใจ ว่าเราทำสำเร็จแล้วจ้าาา เดินต่ออีกนิดก็ไปกางเต็นท์กันโลด

330684

วันนี้เราใช้เวลาในช่วงเย็นหลังจากพักเหนื่อยเรียบร้อย ไปกับการยืนดู “พระอาทิตย์ตก” ชิล ๆ บนลานสนที่ความสูง 1,633 เมตร อยากบอกว่า วิวสวยมาก มองเห็นป่าเขา และ “ธรรมชาติ” จนฟินไปเลย อากาศข้างบนก็หนาวกำลังดี ลมพัดเย็นสบาย แถมสีท้องฟ้าสวยสุด ๆ

464874

ช่วงหัวค่ำก็ทำอาหารง่าย ๆ กินกันที่หน้าเต็นท์ และก่อกองไฟมานั่งล้อมวงให้ความอบอุ่นกับร่างกายสักหน่อย ใครมากับเพื่อนหรือมากับแฟน รับรองว่ามีเรื่องคุยทั้งคืนแน่ ๆ โดยหัวข้อสำคัญจะต้องเป็นการบอกความรู้สึกหลังจากพิชิต 5 เนินสุดโหดของ “ภูสอยดาว” แน่ ๆ เพราะ มันทั้งเหนื่อย ทั้งสนุก จนต้องเอามาเล่าความรู้สึกของแต่ละคนกันต่อในค่ำคืนนี้

164700

ดึก ๆ หน่อย พอแหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า ก็ตกใจกับ “ดวงดาว” มากมาย ที่ส่องแสงสว่างไสวกันเต็มท้องฟ้า ซึ่งมันเยอะมากเหมือนทางช้างเผือกเลยก็ว่าได้ ช่างเป็นช่วงเวลาที่แสนโรแมนติก และประทับใจมาก ๆ

641201

หลังจากหลับจนเต็มอิ่ม พอตื่นเช้าขึ้นมาก็ฟินสุด ๆ กับ “ทะเลหมอก” สีขาวโพลนที่ปกคลุมภูเขารอบ ๆ ลานสนภูสอยดาวแห่งนี้ และได้สัมผัสช่วงเวลา “พระอาทิตย์ขึ้น” เป็นแสงสีทองสวย ๆ ก็ยิ่งฟินเข้าไปใหญ่ และที่สำคัญอากาศหนาวสุด ๆ ไปเลย

123419

ช่วงสาย ๆ เรารีบกินข้าวเพื่อเติมพลังกันเต็มที่ เพราะ วันนี้เรามีอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือการไปพิชิตยอด “ภูสอยดาว” ที่ความสูง 2,102 เมตรจากระดับน้ำทะเลให้ได้

881521

ทางเดินขึ้นยอดภูสอยดาวนั้น บอกเลยว่าทั้งชันและสูงมาก ๆ สำหรับคนที่ต้องการจะขึ้นต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ของอุทยานนำทางนะครับ เพราะ ขึ้นไปเองอาจหลงและเกิดอันตรายได้ โดยตรงจุดที่เราถ่ายรูปนี้ก็ใกล้จะถึงยอดเต็มทีแล้ว อีกนิดเท่านั้น

491288

แท่น แทน แท๊น ถึงแล้วครับ “ยอดภูสอยดาว” ความสูง 2,102 เมตร เป็นยอดภูที่สูงเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศไทย วิวข้างบนคงจะบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ เพราะ มันสวยมากจริง ๆ อยากให้ทุกคนมาสัมผัสเอง และ “ทะเลหมอก” ก็ยังไม่หายไปอีกด้วย ฟินสุด ๆ ไปเลย ไปยืนเก็กเก็บภาพเท่ ๆ และธรรมชาติสวย ๆ กันดีกว่าครับทุกคน

813140

จบแล้วครับ ทริป “ภูสอยดาว” พิชิต 5 เนิน กางเต็นท์ลานสน สัมผัสทะเลหมอก ใช้เวลาไป 2 วัน 1 คืน ทั้งเหนื่อยและสนุกมาก ๆ แต่ก็ต้องบอกเลยว่า “ธรรมชาติ” ที่นี่อุดมสมบูรณ์มาก ๆ บรรยากาศก็ดี และช่วงปลาย ๆ เดือนพฤศจิกายนแบบนี้ อากาศกำลังหนาวสุด ๆ เป็นทริปที่น่ามาเยือนสมค่ำร่ำลือจริง ๆ ใครว่าง ๆ หรือมีเวลาก็อย่าพลาดมาเที่ยว นะครับ แล้วเจอกันทริปหน้า ตอนนี้ขอตัวไปเดินลงเขาก่อนจ้า ฮ่า ๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *